ตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์

บีเอสอี (BSE) หรือชื่อเดิม ตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ จำกัด เป็นตลาดหลักทรัพย์อินเดีย ตั้งอยู่ที่ถนนดะลาล (Dalal Street) นครมุมไบ บีเอสอีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1875และเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย บีเอสอีเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 10 ด้วยมูลค่าตามราคาตลาด 2.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ (เมษายน 2018)ตลาดหลักทรัพย์ร็อคกี (Rocky stock exchange) ก่อตั้งขึ้นโดยเปรมจันท์ โรยจันท์ (Premchand Roychand) นักธุรกิจผู้มีอิทธิพลในบอมเบย์เมื่อศตวรรษที่ 19 เขาทำกำไรมหาศาลได้จากธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ (stockbroking business) และกลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ราชาฝ้าย (Cotton King), ราชาทองคำแท่ง (Bullion King) หรือ บิ๊กบูลล์ (Big Bull) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งของสมาคมผู้ถือหุ้นและนักเล่นหุ้นพื้นเมือง (Native Share and Stock Brokers Association) หน่วยงานที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อของบีเอสอี (BSE) สถานที่แรกที่เป็นที่นัดพบกันของนักเล่นหุ้นในยุคทศวรรษ 1850s คือบริเวณใต้ต้นไทรหน้าศาลาว่าการบอมเบย์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะฮอร์เนมานเซอร์เคิล (Horniman Circle) หนึ่งทศวรรษถัดมา เหล่าบรรดานายหน้าได้ย้ายไปนัดพบกันที่ใต้ต้นไทรที่แยกบนถนนเมโดวส์ (Meadows Street) ซึ่งในขณะนั้นชื่อว่าถนนเอสพลานาด (Esplanade Road) ปัจจุบันคือถนนมหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi Road) ด้วยจำนวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ในที่สุดเมื่อปี 1874 บรรดานายหน้าได้จัดตั้งสถานที่ถาวรขึ้นบนนถนนที่ตั้งชื่อว่า ถนนดะลาล (Dalal Street) (แปลว่าถนนนายหน้า; Brokers’ Street) ตลาดหลักทรัพย์อินเดียถือว่าเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย ย้อนไปในปี 1855 ซึ่งมีผู้เล่นหุ้นจำนวน 22 คน รวมตัวกันใต้ต้นไทรหน้าศาลาว่าการนครมุมไบ และมีการย้ายสถานที่ไปมาตามจำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้น จนท้ายที่สุดได้เลือกสถานที่ทำการถาวรในปี 1874 ที่ถนนดะลาล (Dalal Street) และกลายมาเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “สมาคมผู้ถือหุ้นและนักเล่นหุ้นพื้นเมือง” (“The Native Share & Stock Brokers Association”) ในปี 1875 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1957 บีเอสอีได้กลายเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกที่รัฐบาลอินเดียรับรองภายใต้ Securities Contracts Regulation Act ต่อมาในปี 1980 ตลาดหลักทรัพย์ได้ย้ายไปทำการในอาคารตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ หรือชื่อปัจจุบันคือ อาคารพีโรซ จีจีภาย ทาวเวอรส์ (Phiroze Jeejeebhoy Towers) บนถนนดะลาล (Dalal Street) ย่านฟอร์ต (Fort precinct)

jumbo jili

ลักษณะเฉพาะของนิวยอร์กที่แตกต่างไปจากเมืองอื่นของสหรัฐอเมริกา มีให้เห็นหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ระบบขนส่งที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ ความเหมือนและความแตกต่างกันของประชากร ใน ค.ศ. 2005 มีภาษาประมาณ 170 ภาษาที่ใช้กันในเมืองแห่งนี้ และ 36% ของประชากรไม่ได้เกิดและโตในสหรัฐอเมริกา ระบบรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์กที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับการจราจรและผู้คนที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา จึงมีคำเปรียบเปรยถึงนิวยอร์กว่าเป็น “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ขณะเดียวกันเมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเล่นอื่นๆ อีกด้วยอย่าง “กอร์ทเทม” (Gotham) และ “บิ๊กแอปเปิล” (Big Apple) ชาวดัชต์ถือเป็นผู้คนกลุ่มแรกที่เข้ามาเริ่มปักหลักทำการค้าใน ค.ศ. 1624 ซึ่งนั่นได้ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ ค.ศ. 1785 จนกระทั่ง ค.ศ. 1790 และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ ค.ศ. 1790 เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ได้ให้การตอนรับผู้มาเยือนหลายล้านคน ที่เดินทางมายังสหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 วอลล์สตรีท (Wall Street) ที่ตั้งอยู่ในแมนแฮตตันตอนใต้ ก็ถือเป็นศูนย์กลางที่มีอิทธิพลต่อระบบการเงินของโลกมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: New York Stock Exchange) ในปัจจุบัน นิวยอร์กมีสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของโลกหลายแห่ง รวมทั้งตึกที่เคยสูงที่สุดในโลกอย่างตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building)

สล็อต

นิวยอร์กยังเป็นบ้านเกิดของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานวรรณกรรมและทัศนศิลป์ที่เรียกว่า ฮาเล็ม เรอเนสซองค์ (Harlem Renaissance) งานภาพเขียนที่เรียกว่าศิลปะกึ่งนามธรรม (Abstract Expressionism) หรือที่รู้จักกันว่า “นิวยอร์กสคูล” วัฒนธรรมทางดนตรีอย่าง ฮิปฮอป พังค์ ซัลซ่า และดิสโก้ รวมทั้งยังเป็นบ้านเกิดของละครบรอดเวย์อีกด้วยเดิมทีนิวยอร์กเป็นที่อยู่ของชนอเมริกันพื้นเมืองที่เรียกว่า “เลนาเป” (Lenape) ขณะนั้นมีประชากรประมาณ 5,000 คน ซึ่งอาศัยดินแดนแห่งนี้อยู่นานนับพันปี ก่อนที่จิโอวานี เดอ เวเรซาโน่ (Giovanni da Verrazzano) นักเดินเรือชาวอิตาเลียนจะค้นพบนิวยอร์กใน ค.ศ. 1524 โดยได้รับคำบัญชาจากราชวงศ์ฝรั่งเศส และเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า “Nouvelle Angoulême” (New Angoulême ในภาษาอังกฤษ แมนแฮตตันส่วนใต้ใน ค.ศ. 1660 ขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนิวอัมสเตอร์ดัม ค.ศ. 1614 ชาวยุโรปได้เข้ามาตั้งรกรากอย่างจริงจัง โดยเริ่มก่อตั้งชุมชนค้าผ้าขนสัตว์ของชาวดัตช์ และเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า “นิว นีเดอร์แลนด์” (“Nieuw Nederland” ในภาษาดัตช์) และเมืองในตอนใต้ของเกาะแมนแฮตตันว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม” (Nieuw Amsterdam ในภาษาดัตซ์) มี Peter Minuit เป็นผู้ปกครองอาณานิคมนี้ ซึ่งต่อมาเขาได้ซื้อเกาะแมนแฮตตันทั้งหมดจากชนพื้นเมือง ใน ค.ศ. 1626 มูลค่าทั้งหมด 60 กิลเดอร์ (Guilders) หรือประมาณ $1,000 ในปัจจุบัน (ค.ศ. 2006) แต่ต่อมามีข้อพิสูจน์ว่าไม่จริง กล่าวคือ เกาะแมนฮัตตันถูกซื้อไปด้วยลูกปัดที่ทำจากแก้วในราคา $24 ก่อนที่อังกฤษจะเข้ายึดครองเป็นอาณานิคมของตนใน ค.ศ. 1664 และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า “นิวยอร์ก” เพื่อเกียรติให้กับ “ดยุคแห่งยอร์คและอัลแบนี” (English Duke of York and Albany) ขณะนั้นคือสมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ในช่วงปลายสงครามแองโกล-ดัตช์ครั้งที่ 2 ชาวเนเธอร์แลนด์ได้ยึดครองเกาะรัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซียปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่มีค่ามากในขณะนั้น แลกกับการให้อังกฤษยึดครองนิวอัมสเตอร์ดัม หรือนิวยอร์กในดินแดนอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ต่อมาใน ค.ศ. 1700 ประชากรชาวเลนาเปลดลงเหลือเพียง 200 คน

สล็อตออนไลน์

ภายใต้กฎระเบียบของอังกฤษ นิวยอร์กได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่สำคัญอย่างยิ่ง ใน ค.ศ. 1754 มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่ได้รับสิทธิจากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 2 แห่งบริเตนใหญ่ เช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ (King’s College) ที่แมนแฮตตันตอนใต้ ก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติอเมริกา (American Revolution War) เนื่องจากอาณานิคมทั้งสิบสามที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษต้องการแยกตัวออกเป็นอิสระ และได้ทำการประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 นำโดยจอร์จ วอชิงตัน ผู้บัญชาการกองทัพภาคพื้นทวีปของฝ่ายอาณานิคม (Continental Army) มีการรบกับกองทัพอังกฤษทางตอนเหนือของแมนแฮตตัน และบรูคลิน จนกระทั่งสงครามได้สิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1783 โดยชัยชนะเป็นของอดีตอาณานิคม

jumboslot

ภายหลังสงครามยุติลงได้มีการจัดประชุมและประกาศให้นิวยอร์กเป็นเมืองหลวง (จนถึง ค.ศ. 1790) ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Constitution) จอร์จ วอชิงตัน ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนแรก และเข้าแถลงต่อสภาคองเกรสใน ค.ศ. 1789 รวมทั้งมีการร่างกฎบัตรว่าด้วยสิทธิของชาวอเมริกัน (United States Bill of Rights) ณ เฟดเดอรัลฮอล (Federal Hall) (ปัจจุบันคืออนุสรณ์สถานแห่งชาติ) ที่วอลล์สตรีท และถือเป็นการเริ่มต้นดินแดนใหม่ที่ถูกเรียกว่า “สหรัฐอเมริกา” ก่อนที่จะแผ่ขยายอาณาเขตของตนเองจาก 13 รัฐไปถึง 50 รัฐกับอีกหนึ่งเขตปกครองกลาง ใน ค.ศ. 1898 ได้มีการยกระดับฐานะของนิวยอร์กโดยการรวมเอาบรูคลิน เคาน์ตี้ นิวยอร์ก (ซึ่งรวมถึงส่วนของเดอะบรองซ์ด้วย) เคานตี้ ริชมอนด์ และส่วนตะวันตกของเคาน์ตี้ ควีนส์ เป็นหนึ่งเดียวกัน ให้เป็นมหานครนิวยอร์กมาถึงปัจจุบัน

slot

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *