อาหารดัดแปรพันธุกรรม

อาหารดัดแปรพันธุกรรม ( genetically modified foods หรือ GM foods) เป็นอาหารที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตที่ดีเอ็นเอของมันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างโดยใช้วิธีการทางพันธุวิศวกรรม เทคนิคเหล่านี้ทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมใหม่ซึ่งทำให้ต้องมีการควบคุมมากยิ่งขึ้นกว่าการสร้างทางพันธุกรรมในอาหารแบบเก่าก่อนหน้านี้โดยวิธีการเช่นการปรับปรุงพันธุ์แบบคัดเลือก (selective breeding) และการปรับปรุงพันธุ์แบบกลายพันธุ์ (mutation breeding) การนำออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ของพืชดัดแปรพันธุกรรมได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1994 เมื่อบริษัท Calgene วางตลาด Flavr SAVR (มะเขือเทศสุกช้า) เป็นครั้งแรก จนถึงปัจจุบัน การดัดแปรพันธุกรรมของอาหารส่วนใหญ่ได้เน้นหลักในพืชทำเงินที่มีความต้องการสูงโดยเกษตรกรเช่นถั่วเหลืองดัดแปลง ข้าวโพดดัดแปลง คาโนลา และน้ำมันเมล็ดฝ้าย พืชเหล่านี้ได้รับการดัดแปลงให้มีความต้านทานต่อเชื้อโรคและสารเคมีกำจัดวัชพืชและมีรูปแบบของสารอาหารที่ดีกว่า ปศุสัตว์ก็ได้รับการพัฒนาดัดแปลงแบบทดลองเช่นกัน แม้ว่า ณ เดือนพฤศจิกายน 2013 ยังไม่มีอยู่ในตลา

joker123

มีฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ในวงกว้างว่าอาหารในตลาดที่ได้มาจากพืชจีเอ็มโอไม่ได้แสดงความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์มากไปกว่าอาหารธรรมด อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามได้คัดค้านอาหารจีเอ็มในหลายเหตุผลรวมทั้งปัญหาด้านความปลอดภัย ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและความกังวลทางเศรษฐกิจที่ถูกยกขึ้นมาโดยความจริงที่ว่าเมล็ดพันธุ์ (และอาจเป็นสัตว์) จีเอ็มที่เป็นแหล่งที่มาของอาหารอาจมีกรรมสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่หลายบริษัทเป็นเจ้าของเทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์การอาหารที่ซึ่งเทคนิคทางเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงการผลิตอาหารหรือปรับปรุงตัวอาหารเอ กระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพที่แตกต่างกันได้ถูกใช้ในการสร้างและพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่รวมถึงอุตสาหกรรมการหมัก การปลูกพืชและพันธุวิศวกรรม การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการทำอาหารสามารถย้อนกลับไปหลายพันปีที่ผ่านมาจนถึงยุคของชาวซูเมอร์และชาวบาบิโลเนีย กลุ่มชนเหล่านี้ใช้ยีสต์ในการทำเครื่องดื่มหมักเช่นเบียร การใช้เอนไซม์ของพืชเช่นมอลต์ถูกใช้เป็นพันปีมาแล้วก่อนที่จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเอนไซม์ด้วยซ้ำ ความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารได้เกิดขึ้นกับการประดิษฐ์ของกล้องจุลทรรศน์โดยอันโตนี ฟัน เลเวินฮุก ซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถค้นพบจุลินทรีย์ที่จะถูกนำมาใช้ในการผลิตอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกในปี 1871 เมื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์พบว่าน้ำร้อนที่อุณหภูมิหนึ่งสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีได้ ซึ่งจะมีผลกับไวน์และการหมัก กระบวนการนี้จะถูกนำไปใช้กับการผลิตนม การให้ความร้อนกับนมที่อุณหภูมิหนึ่งสามารถปรับปรุงสุขอนามัยด้านอาหา

สล็อต

วิทยาศาสตร์ด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารก้าวหน้าไปรวมถึงการค้นพบของเอนไซม์ทั้งหลายและบทบาทของพวกมันในการหมักและการย่อยอาหาร การค้นพบนี้ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นต่อไปของเอนไซม์ เอนไซม์ในอุตสาหกรรมทั่วไปจะใช้สารที่สกัดพืชและจากสัตว์ แต่พวกมันถูกแทนที่ในภายหลังโดยเอนไซม์จากจุลินทรีย์ ตัวอย่างหนึ่งคือการใช้ chymosin (เอนไซม์ย่อยโปรตืนที่พบในกระเพาะสัตว์ทำให้นมจับต้วเป็นก้อน) ในการผลิตเนยแข็ง โดยทั่วไปเนยแข็งมักจะถูกทำขึ้นโดยการใช้เอนไซม์ที่สกัดจากเยื่อบุกระเพาะอาหารของวัว นักวิทยาศาสตร์เริ่มใช้ chymosin แบบ recombinant ที่จะทำให้เกิดการแข็งตัวของนมทำให้ได้นมข้นเนยแข็ง ( cheese curd) การผลิตเอนไซม์อาหารโดยการใช้เอนไซม์จุลินทรีย์เป็นการประยุกต์ครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมในการผลิตอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารได้เติบโตขึ้นไปรวมถึงการโคลนพืชและสัตว์เช่นเดียวกับการพัฒนาขั้นต่อไปของอาหารดัดแปรพันธุกรรมในหลายปีที่ผ่านมา

สล็อตออนไลน์

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบในปี 1946 ว่าดีเอ็นเอสามารถถ่ายโอนระหว่างสิ่งมีชีวิครั้งแรกของพืชดัดแปรพันธุกรรมถูกผลิตขึ้นในปี 1983 โดยใช้พืชยาสูบที่ทนต่อยาปฏิชีวนะ ในปี 1994 การดัดแปรพันธุกรรมมะเขือเทศ Flavr SAVR ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสำหรับการตลาดในสหรัฐอเมริกา การดัดแปลงทำให้มะเขือเทศชะลอการสุกหลังจากเก็บเกี่ยว ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 chymosin recombinant ได้รับการอนุมัติให้นำมาใช้ในหลายประเทศทดแทนกระเพาะวัวในการทำเนยแข็ง พืชดัดแปรพันธุกรรมจะเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการโดยการเปลี่ยนลักษณะทางพันธุกรรมของพวกมันและจะมีการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการ ขบวนการนี้มักจะทำโดยการเพิ่มยีนหนึ่งตัวหรือมากกว่าในจีโนมของพืชโดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม ส่วนใหญ่พืชดัดแปรพันธุกรรมสามารถดัดแปรได้โดยการเพิ่มยีน (การโคลน) หรือการตัดยีน (ยีนจะลบออกหรือปิดการทำงาน) ตอนนี้พืชก็จะได้รับการออกแบบให้มีความต้านทานแมลง ต้านทานต่อเชื้อรา ต้านทานต่อไวรัส ต้านทานต่อสารกำจัดวัชพืช มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาทางโภชนาการ มีรสชาติที่ดีขึ้นและมีการเก็บรักษาที่ดีขึ้น

jumboslot

ในสหรัฐอเมริกาปี 1995 พืชดัดแปรพันธุกรรมต่อไปนี้ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายในตลาดได้ คาโนลาที่มีส่วนประกอบของน้ำมันดัดแปลง (บริษัท Calgene), ข้าวโพดแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis (Bt) (บริษัท Ciba-Geigy), ฝ้ายทนต่อสารกำจัดวัชพืช bromoxynil (บริษัท Calgene), ฝ้าย Bt (บริษัท Monsanto), มันฝรั่ง Bt (บริษัท Monsanto), ถั่วเหลืองทนต่อสารกำจัดวัชพืช glyphosate (บริษัท Monsanto), สควอชทนต่อไวรัส (บริษัท Monsanto-Asgrow) และมะเขือเทศสุกล่าช้าเพิ่มเติม (บริษัท DNAP, Zeneca/Peto และ Monsanto) ในปี 2000 ได้มีการผลิตข้าวสีทอง นักวิทยาศาสตร์อาหารได้ดัดแปรพันธุกรรมอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารของมันเป็นครั้งแรก ณ ปี 2011 สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในรายชื่อของประเทศที่ผลิตพืชจีเอ็ม และพืชจีเอ็ม 25 ชนิดได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบให้ปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ ณ ปี 2013 ประมาณ 85% ของข้าวโพด 91% ของถั่วเหลือง และ 88% ของฝ้ายที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรม

slot